เรื่องของผิวพรรณ
 All applications for mobile All applications for desktop
หน้าแรก ทรงผม พิมพ์นามบัตร ดูเวลาทั่วโลก พิมพ์ปฏิทิน พิมพ์การ์ด ใส่กรอบรูปภาพ แว่นตา ทำสติกเกอร์ไลน์ ใบหน้าคุณ
โรคต่างๆ แบบผม นามบัตร ดูดวง ปฏิทิน อีการ์ด ศัลยกรรมความงาม คอนแทคเลนส์ Ecard
ทรงผม ออกแบบทรงผม กรอบรูป ทำกรอบรูป ฟรีออกแบบอีการ์ดใช้รูปคุณ 2 ภาพ ออกแบบอีการ์ดเคลื่อนไหว ใส่รูปคุณ การ์ดอวยพร ออกแบบการ์ดหรือสติกเกอร์ขนาดใหญ่ ใส่รูปคุณ ออกแบบนามบัตร/ทำนามบัตร พิมพ์การ์ด ออกแบบการ์ดต่างๆ สำหรับพิมพ์ ออกแบบการ์ดต่างๆ สำหรับส่ง ออกแบบรูปถ่ายสติกเกอร์ฟรี ฟรีออกแบบนามบัตร/ฟรีทำนามบัตร ออกแบบอีการ์ดเคลื่อนไหว 2 ภาพ ออกแบบอีการ์ด ช่อดอกไม้ กระเช้าดอกไม้ แต่งตัวคุณด้วยชุดจากห้องเสื้อชื่อดัง วอล์ลเปเปอร์ ใส่หน้าคุณ ทำปฏิทินเอง เสี่ยงเซียมซี ลอยกระทงออนไลน์ ฟรี นาฬิกาติดเว็บ ปฏิทินติดเว็บรูปคุณ ฟรีรูปภาพ ดูดวงไพ่ยิปซี
 
 
 
วิธีแต่งรูปหน้า แต่งดวงตา วิธีแต่งจมูก วิธีเขียนปาก ผิวพรรณ
เครื่องสำอาง และอุปกรณ์สำหรับแต่งหน้า การแต่งหน้า วิดิโอ วิธีการแต่งหน้า ยี่ห้อเครื่องสำอาง
 

ผิว

  • ผิวเป็นอวัยวะที่มีเนื้อที่มากที่สุดในร่างกาย ซึ่งหากวัดแล้วจะมากถึง 20 ตารางฟุตทีเดียว ผิวบริเวณส่วนใบหน้าและลำคอเป็นส่วนที่บอบบางที่สุด เนื่่องจากผิวเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ผิวจึงเป็นส่วนที่มีชีวิต ซึ่งหากเราต้องการให้ผิวสุขภาพดี เราก็ต้องดูแลและบำรุงรักษาเช่นเดียวกับ อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

 

Sponsored Links
ความสมดุลทางเคมีของผิว
  • โดยปกติผิวที่มีสุขภาพดีจะอยู่ในระดับสมดุลทางเคมีของค่า pH ที่เป็นกรดเล็กน้อย
  • pH เป็นหน่วยวัดความเป็นกรดและด่างของสารละลายหรือของเหลว ระดับ pH เท่ากับ 7 ถือว่าอยู่ในสภาวะเป็นกลาง สูงกว่า 7 ถือเป็นด่าง และต่ำกว่า 7 ถือว่าเป็นกรด
โครงสร้างของผิว
โครงสร้างผิว

A. ผิวของเรามี 3 ชั้น คือ ชั้นใต้หนังแท้ ชั้นหนังแท้ และชั้นหนังกำพร้า ซึ่งนับรวมความลึกได้ 1/20 นิ้ว ผิวแต่ละชั้นต่างก็มีความสำคัญต่อการรักษาสุขภาะของผิวด้วยกันทั้งสิ้น

B. ผิวชั้นใต้หนังแท้ เป็นผิวชั้นเนื้อเยื่อไขมันซึ่งรองรับผิวชั้นบน

C. ผิวชั้นหนังแท้ เป็นผิวชั้นกลางซึ่งประกอบด้วยคอลาเจนโปรตีนชั้นยอดของร่างกาย ที่ให้ความยืดหยุ่นและคงทนแก่ผิว หนังแท้ยังประกอบด้วยเส้นเลือด เส้นประสาทรูขุมขน ต่อมเหงื่อ และต่อมไขมัน

D.ผิวชั้นหนังกำพร้า คือส่วนบนสุดของผิว มีความหนาเพียง 1/250 นิ้ว และเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว

Virtual makeup ( Tablet ) Virtual makeup (Mobile phone)
การแต่งหน้าแบบเกาหลี การแต่งหน้าแบบญี่ปุ่น

การเจริญเติบโตของผิว

เซลล์ของผิวหนังชั้นบนจะมีการผลัดเปลี่ยนให้เซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่อยู่ตลอดเวลา กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ สำหรับผิวใหม่ และใช้เวลาเป็น 2 เท่า สำหรับผิวที่มีอายุ ยิ่งใช้เวลาในการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวมากเท่าไหร่ ผิวมีการสูญเสียความชุ่มชื้นมากเท่านั้น

การเจริญเติบโตของผิว

A.เซลล์ใหม่ของผิวจะก่อตัที่ฐานของหนังกำพร้าก่อนแล้วจะค่อยๆ ดันตัวขึ้นมาเรื่อยๆ โดยจะสูญเสียความชุ่มชื้นและความราบเรียบไปตลอดทางที่ดันตัวขึ้นไป

B.เซลล์ชั้นบนที่ราบเรียบเหล่านี้จะหนาประมาณ 20 ชั้นเซลล์ และเรียงตัวเป็นชั้นๆ ผิวชั้นบนที่บางราวแผ่นกระดาษนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวช่วยปกป้องการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิว ปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อม และปกป้องเซลล์และอวัยวะภายในของร่างกายด้วย ไขมันและเหงื่อจะกระจัดกระจายอยู่บนพื้นผิวส่วนนี้ และช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันพิเศษให้แก่ผิว ผิวชั้นนี้เป็นชั้นที่เราดูแลและบำรุงให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ

 
ผิวชนิดต่างๆ
ทดลองแต่งหน้าคุณบนเน็ต
ใส่คอนแทคเลนส์ บนเน็ต
คอนแทคเลนส์ บิ๊กอายแต่ละรุ่น
Sponsored Links
 
 

รูขุมขนคืออะไร

รูขุมขนคือประตูทางออกของผิวส่วนบน เป็นที่ซึ่งผมหรือขนเจริญงอกงาม และเป็นที่ซึ่งน้ำมันจากต่อมไขมันใช้เป็นทางผ่านไปสู่ผิวชั้นบนได้ ขนาดรูขุมขนจะได้สัดส่วนกับต่อมไขมันที่อยู่ข้างใต้ผิว

 

ขนาดของรูขุมขนสามารถทำให้เล็กลงได้หรือไม่

ไม่มีวิธีใดที่จะทำให้ขนาดของรูขุมขนเล็กลง ขนาดของรูขุมขนที่ใหญ่แสดงให้เห็นถึงขนาดของต่อมไขมันไต้ผิวด้วย

  • อย่างไรก็ดี ยังอาจเป็นไปได้ที่จะทำให้รูขุมขนดูเล็กลง โดยวิธีการถนอมและบำรุงผิว ซึ่งหมายความว่า วิธีดังกล่าวจะช่วยขจัดน้ำมันออกไปจากผิวชั้นบนด้วย เมื่อเซลล์ของผิวชั้นบนปราศจากน้ำมันส่วนเกินแล้ว รูขุมขนก็จะดูเล็กลงด้วย
 
 

อะไรทำให้รูขุมขนเล็กลง

  • ภายในรูขุมขนจะประกอบไปด้วยชั้นของเซลล์ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนกับหนังกำพร้าคือ มีการผลัดเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ในรูขุมขนปกติ เซลล์จะเจริญเติบโตผ่านผิวชั้นบนแล้วจะหลุดลอกออกไป
  • อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีรูขุมขนที่อุดตันได้ง่าย เนื่องจากเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้จะไปจับตัวกันอยู่ในรูขุมขนก่อให้เกิดการสะสมของน้ำมันส่วนเกิน และเมื่อก่อตัวรวมกันมากๆ เข้าก็จะเกิดการอุดตันของรูขุมขน
  • บริเวณใบหน้าที่มีแนวโน้มจะเกิดการอุดตันด้งกล่าวคือ ส่วนที่มีความมันมากๆ ได้แก่ จมูก หน้าผาก และคาง ซึ่งช่วงบริเวณดังกล่าว เซลล์ที่ตายแล้วจะไปผสมกับฝุ่นละอองและน้ำมัน อันเป็นตัวการก่อให้เกิดการอุดตันอย่างสมบูรณ์ของรูขุมขน ผลิตภัณฑ์ชุดถนอนผิวที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อผิว

  • ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
  • ปัจจัยที่ควบคุมได้
 
 

ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

วัยที่ร่างรวยตามธรรมชาติ
 
  • วัยเด็ก ผิวนุ่มนวลและปราศจากริ้วรอย
  • วัยรุ่น ระดับฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงต่อมไขมันทำงานมากขึ้น และแนวโน้มตามพันธุกรรมจะทำให้ผิวอ่อนแอได้มากขึ้น
  • วัยผู้ใหญ่ ต่อมไขมันทำงานน้อยลง ทำให้ผิวเริ่มแ้ห้งและเกิดริ้วรอย ผิวจะขาดความยืดหยุ่นอันก่อให้เกิดรอยย่น
  • วัยหลังหมดประจำเดือน มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย การผลัดเปลี่ยนของเซลล์ผิวน้อยลง และการผลิตสารโปรตีนคอลลาเจนจะลดลง อันเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งและเปราะบาง ผิวจะหย่่อนยาน และเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นมากขึ้น
แสงแดด
 
  • ปัจจัยทางธรรมชาติที่น่าจะมีผลต่อการทำลายผิวได้มากที่สุดคือ แสงแดด จริงอยู่ที่ว่าแสงแดดช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามินดีแก่ร่างกาย ทำให้ร่างกายอบอุ่น และแลดูมีสุขภาพดี แต่การได้รับแสงอุลตร้าไวโอเลทยูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) จากแสงแดดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จะทำให้ผิวแห้ง เสื่อมสภาพ และเกิดริ้วรอยย่น
ความชื้น
 
  • ความชื้นต่ำจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ส่วนความชื้นสูง จะทำให้ต่อมเหงื่อทำงานมากกว่าปกติ เป็นสาเหตุใ้ห้ผิวมัน แ้ม้ว่าผิวจะมันมากขึ้นในขณะที่อากาศร้อนและชื้น แต่ผิวก็ยังต้องการความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันความแห้งกร้านอันเกิดจากแสงแดด การรักษาผิวให้สะอา่ดโดยการล้างหน้าบ่อยๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
อุณหภูมิที่รุนแรง
 
  • อากาศเย็นเมื่อรวมกับความชื้นต่ำจะลดความชุ่มชื้นของผิวลง อันเป็นสาเหตุให้ผิวตึงและแห้งในขณะที่อากาศร้อยกับความชื้นต่ำจดูดความชุ่มชื้นออกจากผิว ทำให้ผิวมีสภาพคล้ายกับถูกอบแห้ง
ลม
 
  • ลมแรงจัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่อุณหภูมรุนแรงและความชื้นต่ำเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งแตกและเป็นขุย เช่นเดียวกับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกที่มากับสายลม เมื่อมาต้องผิวหน้าก็จะติดผิวทำให้เกิดความอุดตันของรูขุมขนได้ด้วย
มลภาวะ
 
  • หมอกควันและมลภาวะทางอากาศอื่นๆ ที่มาต้องผิวจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้

ปัจจัยที่ควบคุมได้

การนอนหลับพักผ่อน

 
  • การนอนหลับพักผ่อนเป็นวิธีีพื้นฐานในการดูแลรักษาผิวที่ง่ายที่สุด ในระหว่างที่นอนหลับผิวจะปรับตัวโดยการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมา การนอนหลับอย่างเพียงพอจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพผิว ในคืนหนึ่งๆ ควรนอนหลับให้ได้ประมาณ 7-8 ชั่วโมง

น้ำ

 
  • น้ำเป็นของเหลวสำหรับร่างกายช่วยให้เกิดการขับถ่ายสิ่งสกปรกออกจากระบบการไหลเวียนของโลหิต และเร่งการเจริญเติบโดของเซลล์

โภชนาการ

 
  • อาหารให้สารอาหารที่ร่างกายต้องการในการทำงาน ผิวที่มีสุขภาพดีเกี่ยวพันโดยตรงกับอาหารที่ดี ดังนั้นการรับประทานอาหารที่สมดุลและมีประโยชน์จึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

การออกกำลังกาย

 
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของโลหิต เร่งให้โลหิตมาหล่อเลี้ยงผิว ให้ดูสิชื่นและมีชีวิตชีวา นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยผ่อนคลายผิวที่เกิดจากความเครียดได้อีกด้วย

ความเครียด

 
  • ความเครียดมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผิว บางครั้งยังเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ผื่นแดง ลมพิษ ผิวซีดเซียว หมองคล้ำ และรอบคล้ำใต้ดวงตา อากัปกิริยาของความเครียดที่แสดงออกจนติดเป็นนิสัย ยังเป็นตัวการทำให้เกิดริ้วรอยถาวรบนใบหน้าได้ด้วย ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงริ้วรอยดังกล่าว จึงควรฝึกการผ่ิอนคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า และลดการทำหน้านิ่วคิ้วขมวดหรือย่นคิ้วเวลาที่เกิดความเครียด

สารพิษ

 
  • สารพิษเป็นปัจจัยที่มีผลต่อผิวที่ควบคุมได้ง่ายที่สุด
  • การสูบบุหรี่ทำำให้เส้นเลือดฝอยบนใบหน้าอุดตันและเป็นตัวการที่ทำให้ปริมาณของเลือด ออกซิเจน และสารอาหารที่ไปหล่อเลี้ยงบริเวณผิวชั้นบนลดลง การสูบบุหรี่ยังทำให้เกิดรอยย่นที่ผิวบริเวณรอบดวงดาและริมฝีปากได้อีกด้วย
  • เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และคาเฟอีน จะเป็นตัวขับปัสสาวะ ซึ่งจะขับความชื้นออกไปจากร่างกาย
  • การใช้ยาบางครั้งก็อาจก่อให้เกิดผลด้านตรงข้ามกับผิวได้ และยังทำให้ผิวเปราะบางยิ่งขึ้น
 
 

การวิเคราะห์ประเภพผิว

ผิวธรรมดา

 
  • เมื่อเราพูดว่า ผิวธรรมดา เรามิได้หมายถึงผิวทั่วไป แท้จริงแล้วผิวธรรมดาเป็นผิวที่หายากและมักจะเป้นผิวผสมระหว่างลักษณะผิวแห้งและผิวมัน ผิวธรรมดามีลักษณะดังนี้
  • มีลักษณะผิวและสีผิวสม่ำเสมอ
  • ผิวสดใส อ่อนนุ่ม และเนียนเรียบ
  • ไม่มีจุดที่เป็นมันหรือแห้งผาก
  • มีความสมดุลระหว่างการขับน้ำมันและความชุ่มชื้น
  • มีริ้วรอยน้อยมากหรือไม่มีเลย
  • มีรูขุมขนขนาดเล็ก
  • มีรอยย่นน้อยมากหรือไม่มีเลย

ผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง

 
  • ส่วน ที-โซน
  • ผิวมีลักษณะตึง บอบบาง ไม่สดใส
  • หน้าผากแห้งเป็นขุยและมีรอยย่น
  • รูขุมขนเล็ก
  • มีริ้วรอยเล็กน้อย
  • แก้มและรอบดวงตา
  • แห้งเป็นขุย
  • มีรอยย่นรอบดวงตาและริมฝีปาก

ผิวธรรมดาถึงผิวมัน

 
  • ส่วน ที-โซน
  • มีแนวโน้มว่าจะมีความมันจากน้ำมันในระหว่างวัน
  • มีรูขุมขนใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณจมูกและคาง
  • มีริ้วรอยบ้างเล็กน้อย
  • แก้มและรอบดวงตา
  • ผิวมีลักษณะอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น
  • มีรอยย่นเล็กน้อยบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก

ผิวบอบบาง

 
  • ผิวบอบบางคือผิวที่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่ายมีลักษณะโดยทั่วไปคือ
  • ผิวปวดแสบปวดร้อน ระคายเคือง แดงช้ำ หรือมีตุ่มแผลได้ง่าย
  • มีปฎิกิริยากับสิ่งที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองตามธรรมชาติ เช่น แสงแดด ลม และมลพิษ
  • มีปฎิกิริยากับสิ่งที่มาสัมผัสผิว รวมทั้งเครื่องสำอาง สบู่ แอลกอฮอล์ ผ้า และสารเคมี เช่น การป้องกันแสงแดด
  • อาจเป็นผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือผิวธรรมดาถึงผิวมัน และยังคงแพ้ง่ายด้วย
โปรแกรมทำหน้าเนียน โปรแกรมศัลยกรรมใบหน้า การทำเฟซโยคะ การทำเบบี้เฟซ
ลองทรงผม โปรแกรมต่อผมยาว ลองใส่ คอนแทคเลนส์ ลองใส่แว่นตาแบรนด์เนม

อาหารที่ทำให้สดใสดูอ่อนกว่าวัย

1. บลูเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน (anthocyanin) สารเม็ด สีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น ขอแนะนำ ให้คุณลอง ปั่นบลูเบอร์รี่รวมกับนมหรือโยเกิร์ตดู
2. พริกหยวก : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลืองต่างมีสารแอนตี้ออกซิ แดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย น้ำฉ่ำๆ จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพ เล็บแข็งแรง ลองนำพริกไปทำซัลซ่า โดยผสมเข้ากับมะเขือเทศ กระเทียม พริก แดง แตงกว่า น้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวดูสิ นอกจากจะได้ประโยชน์มหาศาล จากเหล่าสุดยอดอาหารแล้ว ยังได้อร่อยกับเมนูเด็ด จากฝีมือของคุณเองอีก
3. กะหล่ำปลี : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามิน เอ,ซีและเบตาแคโรทีนที่จะช่วยในเรื่องของ ผิวพรรณ เพียงหั่นกะหล่ำปลีบางๆ แล้วนำลงไปผัดกับขิงและกระเทียม เพียงเท่านี้ก็ได้อาหารมื้อค่ำสำหรับตัวคุณเองแล้ว
4. วอลนัท : ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัย อันควร ลองโรยวอลนัทลงบนสลัด หรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ
5. แอปริคอท : สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอทช่วยชะลอการเสื่อมถอยของ เลนส์ตา ช่วยในการมองเห็นได้ดี ใส่แอปริคอทลงไป ในสัตว์ไก่ ผสมกับขิงและ อบเชยให้ได้กลิ่นอายแบบโมร็อคโค
6. อะโวคาโด : การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และปกป้อง ผิวจากอันตรายที่เกิดจากแสงแดด เนื่องจาก อะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี บด อะโวคาโดโรยหน้าโอ๊ตเค้กเป็นของทานเล่นดูก็ได้
7. สตรอเบอร์รี่ : วิตามินซีและ สารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่ช่วยเพิ่มความแข็ง แรงของผนังเส้นเลือดผลไม้สีแดงสด ทรงเสน่ห์แบบนี้ เพียงแช่เย็นไว้จิ้มกินกับ เกลือตอนนั่งดูทีวีก็เพลินดีไม่น้อย
8. เต้าหู้ : หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้ เพราะ ในเต้าหู้มีสารที่จะช่วยคืนสภาพผิวและ ป้องกันรอยเหี่ยวย่น ลองผัดรวมกับผัก กรอบๆ หรือทำเป็นต้มจืดเอาไว้ทานเป็นมื้อเย็นนอกจากจะช่วยคืนสภาพผิวแล้ว ยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
9. ข้าวโอ๊ต : เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยลด อาการตึงเครียด จึงทำให้รอยเหี่ยวย่นน้อยลง เพียง โรยข้าวโอ๊ตลงบนมูสลี่ หรือ นมอุ่นๆ ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยแค่นี้ก็ทานได้แล้ว กระชุ่มกระชวยเหมือนแรก สาว Stay feeling young
10. กระเทียม : สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย ล้างพิษ และป้องกันไวรัสจากโรคภัยไข้เจ็บ ตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง อาหาร ไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว
11. แครนเบอร์รี่ : ผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ชะงัด อีกด้วย อาจจะทำเป็นแยมไว้รับประทานกับขนมปังหรือทำเป็นซอสแครนเบอร์รี่ ไว้ทาไก่หรือเนื้อย่าง ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน
12. ลินสีด : ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่ร่าง กายใช้ในการสร้างฮอร์โมนที่มีคุณสมบัติป้องกัน อาการอักเสบ ลองเติมลงในน้ำ ปั่นหรือโรยหน้าสลัดดูก็ได้นะ
13. กีวี : วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวีช่วยในการไหลเวียน ของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ เช่น โรคหืด หอบ หั่นกีวีเป็นลูก เต๋าเสียบไม้กับมะม่วงหรือกล้วย ทาด้วยน้ำผึ้ง แล้วนำไปย่าง อาจจะได้รสชาติ แปลกใหม่ที่น่าลิ้มลอง
14. ลูกพลัม : อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมันซึ่ง เป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง นำลูกพลัม ไปเคี่ยวกับน้ำส้ม และโรยลงไป บนมูสลี่ หรือจะกินเล่น เป็นขนมขบเคี้ยวก็ไม่มีใครว่า
15. กล้วย : เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของ ระบบการย่อยอาหารแล้วยังช่วยลดอาการท้องผูก แค่ผสมเข้ากับนม น้ำผึ้ง และ อัลมอนด์ ก็จะได้อาหารเช้าที่แสนอร่อย
16. ส้ม : การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้มจะช่วยให้ได้รับสารอาหาร อย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำวิตามินซีในส้มยังช่วยป้องกัน และเยียวยาโรคหวัด นอกจาก นี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายด้วย
17. ข้าวกล้อง : ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่ เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีส ที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกายโดยการ ให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต และยังช่วย เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ใครที่ไม่ชอบสีจัดจ้านของข้าวกล้องก็สามารถ หุงข้าวกล้องรวมกับข้าวสวยได้
18. มะเขือม่วง : เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน (nasunin) ซึ่งมี คุณสมบัติช่วยปกป้องสมองของคุณจากการถูกทำลาย เพื่อคงความฉลาดหลัก แหลมของคุณไว้ ลองนำมะเขือม่วงไปทำแกง หรือรับประทานกับข้าวกล้องก็ อร่อยไม่เบา แข็งแรงได้ใจ Stay healthy! จากการศึกษาพบว่า อะไรก็ตามที่คุณรับประทานเข้าไป มีโอกาสที่จะทำให้โรค ภัยไข้เจ็บต่างๆ ดีขึ้นได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจ เพื่อให้อัตราการเสี่ยงของ คุณลดน้อยลง ลองอาหารพวกนี้ดูสิ
19. ลูกพรุน : โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดและลดระดับ ความดันเลือด ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของ การเกิดโรคหัวใจ เสิร์ฟคู่กับ โยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี
20. คะน้า : ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง เมื่อคุณเคี้ยว คะน้า จากการวิจัยพบว่าสามารถหยุดยั้ง การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม ได้ ฮืม...ม เลือกผัดคะน้าปลาเค็ม เป็นเมนูมื้อกลางวันดีกว่า (อ้อ อย่าลืม ทุบกระเทียมลงไปด้วยนะ)
21. ผักโขม : คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียม ที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี การรับประทานใบอ่อนของผัก โขมในสลัด จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาด แคลเซียม
22. ราสเบอร์รี่ : จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่ สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้ ลองนำราสเบอร์รี่ไปราด ด้วยช็อกโกแลตเหลว แล้วไปแช่เย็นดูสิ
23. ถั่วงอก : สารประกอบ ที่พบในถั่วงอก สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้น เลือด นอกจากนี้ถั่วงอกยังประกอบด้วยสารอาหาร ในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยเรื่อง โรคเล็กๆ น้อยๆ ของสตรีในวัยหมดประจำเดือนถั่วงอกผัดกับเต้าหู้ ทานกับข้าว สวยร้อนๆ ก็อร่อยไม่เบา
24. บล็อคโคลี่ : การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการ เกิดโรคหัวใจได้ถึง20% และยังมีวิตามินซี ที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ ปวด ตามข้อ และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย ลวกใส่ในสลัด หรือผัดกับกุ้งสดก็ไม่เลว
25. บีทรูท : เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็ง รับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง
26. องุ่นแดง : จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน และดักจับ ไขมันในเลือดที่จะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดแดง ของคุณ ใส่องุ่นแดงลงในสลัด หรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ
27. ปลาที่มีไขมัน : แซลมอน หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากมาย อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายัง ช่วยในเรื่องของสมอง ว่ากันว่าให้เด็กๆ กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง ปลาย่าง ราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี
28. มะเขือเทศ : สารไลโคพีนี (lycopene) ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วย ให้ผิวสวยอย่าบอกใครเลยเชียวล่ะเลือกเอาเลยว่าคุณอยากจะใส่มะเขือเทศลงใน อาหารอะไรบ้าง
29. หัวหอม : หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน ซอยเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็กๆ ใส่ในไข่เจียว หรือซอยใส่อาหารประเภทยำช่วยเพิ่มรสชาติได้ดีทีเดียว

 
 

วิธีรักษาผิวหน้า

สูตรพอกหน้าด้วยมะเขือเทศ จากประเทศญี่ปุ่น
 
วิธีทำ เริ่มด้วยการฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมีวิตามินซี และกรด AHA จะช่วยลอกผิวหน้าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็น เช็ดมะเขือเทศออกให้สะอาด

สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาว จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์
 
วิธีทำ ตอกไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงขนนุ่ม จุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
 
สูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง จากประเทศสเปน
 
วิธีทำ เริ่มจากล้างหน้าให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพักศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยงที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วก็ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออกให้สะอาด
 
สูตรพอกหน้าด้วยแอปเปิล จากประเทศเบลเยียม
 
วิธีทำ ปอกแอปเปิลแล้วคว้านเอาไส้และเมล็ดออก จากนั้นบดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบดจนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้างออก
 
สูตรพอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว จากประเทศรัสเซีย
 
วิธีทำ สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก ตำรานี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน เพราะจะช่วยให้ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้
 
สูตรพอกหน้าด้วยแตงโม จากประเทศตุรกี
 
วิธีทำ จัดการฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

สูตรพอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง จากประเทศฝรั่งเศส
 
วิธีทำ ด้วยการผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น 

 
 
 
 
 
 
Copyright 2007 www.ecarddesignanimation.com  All Rights Reserved. 
webmaster@ecarddesignanimation.com